วันที่นำเข้าข้อมูล 21 ก.ย. 2558
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 12 ก.พ. 2564
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 นางสาวพาชื่น พรมงคล กงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน ร่วมพิธีเปิดภาคการศึกษา ขรก. ทุนการศึกษาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน รุ่นที่ 11จำนวน 153 คน โดยมี ศาสตราจารย์ เจี่ย อี้หมิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเป็นประธาน และแขกผู้มีเกียรติจากประเทศไทย ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานฝ่ายการศึกษา สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน พลเอกวิชิต ยาทิพย์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ตัวแทนจากภาคกระทรวงต่างๆ ที่ส่ง ขรก. เข้ามาศึกษาอบรม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและสื่อมวลชนให้ความสนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง
อนึ่ง ขรก. ทุนการศึกษา รุ่นที่ 11 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวและสมาคมวัฒนธรรม
และเศรษฐกิจไทย-จีน มอบทุนการศึกษาให้แก่หน่วยงานสำคัญของราชการไทย โดยโครงการนี้ได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 10 ปี แล้ว และในปีนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้ ขรก. จากประเทศเพื่อนบ้านด้วย อาทิ ประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ซูรินัม เป็นต้น โดยประเทศไทยมี ขรก. ร่วมเข้าฝึกอบรม จำนวน 97 คน จากสังกัดต่างๆ อาทิ กรมราชองค์รักษ์ กองทัพบก รัฐสภา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาลปกครอง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กรมศุลกากร สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นต้น
ในการนี้ กสญ. พาชื่น พรมงคล ได้กล่าวแสดงความยินดีและให้โอวาทแก่ ขรก. ที่มาศึกษาอบรมว่า การรู้ภาษาเปรียบเสมือนมีเครื่องมือสื่อสาร ทำให้สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเจ้าของภาษามากขึ้น และเมื่อเรียนรู้มากขึ้น ก็ก่อให้เกิดความสนใจขยายตัวต่อไปในด้านอื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการ ต่างๆ ในประเทศของตน กลายเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของตนกับประเทศจีน โดยเฉพาะประเทศไทยและประเทศจีน ซึ่งครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้ กอรปกับแนวคิด One Belt One Road ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ต้องการยกระดับความสัมพันธ์ อาเซียน-จีน ให้ไปสู่ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน หรือ Community of Common Destiny ซึ่งแนวคิดดังกล่าวไม่เพียงมีแต่เรื่องการสร้างความเชื่อมโยงในระดับhardware คือการสร้างถนนหนทาง ท่าเรือ ฯลฯ เท่านั้น แต่ยังมีการสร้างความเชื่อมโยงในระดับประชาชนต่อประชาชน ผ่านทางความร่วมมือด้านการศึกษาและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย นักศึกษาเหล่านี้จึงจะเป็นsoftwareตัวสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงและรองรับความร่วมมือไทย-จีนในด้านต่างๆ ซึ่งนับวันจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นและอย่างรอบด้านต่อไป
รูปภาพประกอบ