วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ต.ค. 2558
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 ส.ค. 2565
ด้วยเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 58 นายสยาม โชคสว่างวงศ์ รองประธาน บ. ซีพี
ออล จำกัด (มหาชน) ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายมงคล สินสมบูรณ์ รษก. กสญ. เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาระหว่างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์กับสถานศึกษาชั้นนำ ของเมืองเซี่ยเหมิน ดังนี้
1.1 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ปัจจุบันมีการเปิดหลักสูตรการศึกษาระดับ ป. ตรี 9 คณะ ได้แก่ บริหารธุรกิจ การจัดการธุรกิจอาหาร คณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร ศึกษาศาสตร์ วิศวกรรมและเทคโนโลยี นิเทศศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร วิทยาการจัดการและศิลปศาสตร์ มีวิทยาลัยนานาชาติและจะเปิด รร. สาธิต ด้วย
1.2 สถาบันฯ มีโครงการแลกเปลี่ยนกับสถาบันการศึกษาในจีนหลายแห่ง ได้แก่ ที่นครฉงชิ่ง จี่หนานและซ่างไว่ โดยจะส่ง นร. ไทยไปศึกษาภาษาจีน โดยเฉพาะคณะศิลปศาสตร์ เอกธุรกิจจีน เน้นภาษาจีนให้ในเชิงธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจาก ม. ของรัฐที่จะเน้นสอนเฉพาะด้านภาษา วัฒนธรรม ปวศ. ดังนั้น บัณฑิตที่จบไปจึงเป็นที่ต้องการของ ตลาดและมีผู้ประกอบการมาจองตัวรับเข้าทำงานถึง 100% โดยส่วนใหญ่ทำงานใน บ. คิงพาวเวอร์ สายการบินแอร์เอเชีย เนื่องจาก นศ. มีความคล่องแคล่วด้านการขาย/ติดต่อสื่อสาร โดยทุกคนต้องผ่านการฝึกงานที่ บ.เซเว่น อิเลฟเว่น มาก่อน ปัจจุบันมีเพียงสถาบันปัญญาภิวัฒน์และ ม. อัสสัมชัญ (ABAC) เท่านั้นที่เน้นให้ นศ. ฝึกงานควบคู่กับการเรียนหลักสูตรทั่วไป
1.3 จากกระแส รร. มัธยมทั่วประเทศหันมาสอนภาษาจีน ทำให้ครูภาษาจีนไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ แม้ว่าโครงการ Hanban (ส่งครูอาสาสมัครมาสอนภาษาจีน) แล้ว แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคคลากร สถาบันฯ จึงริเริ่มหลักสูตร ป.ตรี 5 ปี เพื่อผลิตครูสอนภาษาจีนโดยเฉพาะ และประสงค์จะขยายความร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ในจีนเพื่อรองรับการขยายสถานที่ฝึกงานให้แก่นักศึกษาของสถาบันในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ สถาบันมีโครงการส่งนักศึกษา ป.ตรี ไปฝึกงานที่ บ. Lotus ตามสาขาในจีนอยู่เป็นประจำ (ปัจจุบัน CP มีห้างโลตัสในจีน 77 สาขา)
นอกจากนี้ ผู้บริหารฯ ได้เดินทางไปพบปะหารือกับผู้บริหารของสถานศึกษาชั้นนำ และพบปะ นศ. ไทย ทั้ง 3 สถาบันศึกษา ได้แก่ ม.หัวเฉียว ม.เซี่ยเหมิน ม.จี๋เหม่ย ประมาณ 60 คน ซึ่งการจัดให้มีการพบปะระหว่างผู้แทนภาคเอกชนกับ นศ. ไทย จึงเป็นทั้งการให้โอกาสและการดูแล นศ. อย่างรอบด้าน หากฝ่ายไทยสามารถติดตาม/ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและบริหารจัดการ HRD ที่ดี ก็ส่งผลสร้าง “แรงกระเพื่อม” ทาง ศก. และเป็นการพัฒนา soft power ที่สำคัญ โดยเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับ เคลื่อนการพัฒนา ศก. ตามนโยบาย One Belt One Road ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ ศก. ไทยในระยะยาวต่อไป
รูปภาพประกอบ