กงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน นำทีมประเทศไทย สำรวจศักยภาพอุตสาหกรรม SMEs เมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน วันที่ 10 – 11 มีนาคม 2559

กงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน นำทีมประเทศไทย สำรวจศักยภาพอุตสาหกรรม SMEs เมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน วันที่ 10 – 11 มีนาคม 2559

วันที่นำเข้าข้อมูล 24 มี.ค. 2559

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 ก.ค. 2564

| 1,240 view

เมื่อวันที่ 10 – 11 มีนาคม 2559 นายธัชไท ถมังรักษ์สัตว์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน พร้อมด้วยข้าราชการ ทีมประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ประจำเมืองเซี่ยเหมิน (BIC) ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน

ก่อนจะออก เดินทางไปเมืองเฉวียนโจว กงสุลใหญ่ฯ และคณะได้ไปเยี่ยมชมและพบผู้บริหารบริษัท Hansheng Yacht ในเมืองเซี่ยเหมิน ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือยอช์ทชั้นนำของจีน และมีความประสงค์จะไปลงทุนจัดตั้งกิจการที่เมืองพัทยาในประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับโอกาสการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต เรือสำราญในประเทศไทย และหลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตเรือของบริษัทดังกล่าวด้วย

              บริษัท Hansheng Yacht เป็นบริษัทผลิตเรือโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ประเภทเรือที่ผลิต ได้แก่ Business Yacht, Sight-seeing Ship, Speed Boat, Racing Boat, Sailing Boat, Motor Yacht เป็นต้น โดยโครงการที่จะไปลงทุนผลิตในประเทศไทยเป็นโครงการผลิตเรือโดยสาร 2 ชั้น ขนาด 24 ม. X 10 ม. น้ำหนักประมาณ 50 ตัน ใช้น้ำมันดีเซล บรรทุกผู้โดยสารได้ราว 200 คน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการท่องเที่ยวแถบชายทะเล หรือการล่องเรือตามเกาะต่างๆ ของไทย บนเรือจะมีห้องอาหารและที่พักสำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารด้วย

              จากนั้นกงสุลใหญ่ฯ และคณะได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์คมนาคมทางทะเลเมืองเฉวียนโจว ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ในอดีตเป็นเมืองท่าที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และศาสนากับประเทศต่างๆ ทำให้เฉวียนโจวมีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู โดยถ่ายทอดออกทางสถาปัตยกรรมที่คงเหลือไว้ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ วัดไคหยวน ซึ่งเป็นวัดที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างจีนและฮินดู และเมืองเฉวียนโจวยังเป็นที่ตั้งของมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในจีน จนได้ชื่อว่าเป็น “East Asian Culture Capital” และได้รับการยอมรับจาก UNESCO ให้เป็น “World Multicultural Exhibition Center” เพียงแห่งเดียวในโลกอีกด้วย

              ช่วงสายวันเดียวกัน ได้เดินทางต่อไปเพื่อเข้าเยี่ยมชม Quanzhou Trademark Gallery ซึ่งเป็นศูนย์จัดแสดงเครื่องหมายการค้าแห่งแรกและแห่งเดียวในจีน โดยจัดแสดงแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงซึ่งผลิตในเมืองเฉวียนโจว โดยแต่ละอำเภอจะมีเอกลักษณ์การผลิต อาทิ แหล่งผลิตรองเท้าในเมืองจิ้นเจียง แหล่งผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในเมืองสือซือ แหล่งผลิตเครื่องลายคราม/เซรามิกในเมืองเต๋อหว้า และแหล่งผลิตชาขึ้นชื่อในเมืองอันซี เป็นต้น และยังพบว่ามณฑล  ฝูเจี้ยนมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามากเกือบ 2 แสนราย สูงเป็นอันดับ 2 ของจีน เป็นสินค้าแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงของจีน 129 รายการ และมีบริษัทเฉวียนโจวที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ 756 ราย สูงเป็นอันดับ 3 ของจีน ทำให้เห็นว่า จีนให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์ทางการค้า โดยให้ธุรกิจ SMEs ดำเนินการจดทะเบียนการค้า เพื่อป้องกันการถูกลอกเลียนแบบและเพื่อได้รับการคุ้มครองหากมีการละเมิด ลิขสิทธิ์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมให้ธุรกิจ SMEs ในเมืองเฉวียนโจวให้ยั่งยืนต่อไป

              ช่วงบ่าย คณะฯ เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตของบริษัท J-Tech CNC Tenology Co.,LTD ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรกลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตชิ้นส่วน ต่างๆ ซึ่งควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ อาทิ เครื่องจักรสำหรับผลิตชิ้นส่วน/อะไหล่รถยนต์ เครื่องบินและยานอวกาศ เครื่องผลิตกรอบมือถือ เครื่องตัดกระจกหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นในจีน แต่ได้แรงงานฝีมือขั้นสูงจากไต้หวันเข้ามาถ่ายทอดงาน มีการผลิตและส่งออกประเทศในแถบเอเชียและรัสเซีย โดยประเทศคู่แข่งที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น แต่หากเทียบกับเทคโนโลยีระดับเดียวกันแล้วจะมีราคาถูกกว่า เครื่องจักร 1 เครื่อง สามารถทดแทนแรงงานคนได้ 20-30 คน

              เช้าวันที่ 11 มีนาคม 2559 กงสุลใหญ่ฯ ได้นำคณะได้เข้าเยี่ยมชมบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ Sunshine International Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการเพาะพันธุ์เนื้อเยื่อพืชไม้ดอก ไม้ประดับ พืชสมุนไพรกินได้ ติดอันดับ Top 5 ของโลก ธุรกิจหลักคือ การเพาะปลูกพืชเพื่อใช้ในการตกแต่งสวน โดยจะใช้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแบบปลอดเชื้อ มีการควบคุมปัจจัยต่างๆ ตามความเหมาะสม ทำให้ได้พันธุ์พืชที่มีความสมบูรณ์ใกล้เคียงกับแม่พันธุ์มากที่สุด มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งจากการศึกษาดูงานพบว่า ไทยสามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเช่นเดียวกันนี้ เพื่อนำไปต่อยอดขยายผลผลิตทางการเกษตรของไทยได้เช่นเดียวกัน

              จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังบริษัทผลิตรองเท้าภายใต้แบรนด์ Joy&Mario เพื่อพบปะผู้บริหาร ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือด้านการค้า โดยกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญชวนให้บริษัทฯ ไปลงทุนในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพตลาดอาเซียนที่มีไทยเป็นศูนย์กลาง จากนั้นผู้บริหารได้พาคณะฯ เดินชมโรงงานเพื่อดูขั้นตอนการผลิต

              บริษัท Joy&Mario เป็นบริษัทผลิตรองเท้าลำลองที่เน้นการสวมใส่สบายเป็นหลัก เน้นแบบและสีสันสดใส ลวดลายสะดุดตา มีการผลิตและส่งออกจำหน่ายในหลายประเทศ ได้แก่ อเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ปานามา เป็นต้น โดยในปี 2013 มีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย (กรุงเทพฯ) เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ มีการวางจำหน่ายในร้านค้าออนไลน์ของเว็บไซด์ Tmall ด้วย

              ช่วงบ่าย ได้เข้าพบปะผู้บริหารบริษัท Golf Life (Fujian) Golf Club ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้สังกัดของสมาคมกีฬามณฑลฝูเจี้ยน (หน่วยงานภาครัฐ) มีรายได้จากการเป็นผู้ดำเนินการมือที่ 3 กล่าวคือทำหน้าที่ในการกรองและหาบริษัท/หน่วยงานที่มีศักยภาพในด้านธุรกิจ จับคู่ให้ตรงกับกลุ่มประเภทธุรกิจที่ลูกค้าต้องการ โดยใช้กีฬากอล์ฟเป็นสื่อ เนื่องจากผู้ที่เล่นกอล์ฟส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ โดยมีรายได้จากเงินลงทุนก้อนแรกในโครงการการลงทุนต่างๆ เป็นสัดส่วนร้อยละ 3-10 และมีบริการติดตามผลงานและความคืบหน้าด้วย การจากพูดคุยกับผู้บริหาร ทำให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในด้านการค้นหานักธุรกิจที่น่าเชื่อถือ และจับคู่ทางธุรกิจ ทำให้เกิดการลงทุนในโครงการใหญ่ๆ ขึ้น ซึ่งฝ่ายไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายขององค์กรดังกล่าวในการหาความร่วม มือทางธุรกิจต่อไปในอนาคตได้

              จากการเยี่ยมชมบริษัทเอกชนในเมืองเฉวียนโจวทำให้เห็นว่า จีนได้พัฒนาระบบการผลิต อาทิ บ. J-Tech ซึ่งผลิตเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อนำไปใช้ผลิตสินค้าต่างๆ เป็นการลดแรงงานที่ใช้ในการผลิต และการเยี่ยมชม บ. Sunshine ให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพที่นำมาใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางการ เกษตร ซึ่งล้วนสอดคล้องกับแนวทางการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในนโยบายแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ของจีนทั้งสิ้น ซึ่งเมืองเฉวียนโจวเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม SMEs กระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ ถือเป็น Power House หรือเครื่องจักรสำคัญในภาคการผลิตของมณฑลฝูเจี้ยน สามารถผลิตสินค้า China Brand ออกสู่ตลาดโลกได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งไทยควรศึกษาเพื่อนำไปใช้กับการพัฒนาศักยภาพของ SMEs ไทยต่อไป

 

* * * * * * * * * * *

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ