วันที่นำเข้าข้อมูล 20 มิ.ย. 2560
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ย. 2563
ด้วย สกญ. ได้จัดงานสัมมนาชักจูงการลงทุน ณ นครหนานชาง เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 60 โดย กสญ. ได้นำทีม ปทท. (ผอ.สนง. BOI นครกว่างโจว ผอ. สคต. เซี่ยเหมิน รอง กสญ. จนท. BIC ร่วมงานสัมมนาดังกล่าว รวมทั้งได้นำทีม ปทท. ไปศึกษาดูงานที่มณฑลเจียงซี ระหว่างวันที่ 12-16 มิ.ย. 60 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
1.งานสัมมนาชักจูงการลงทุน ณ นครหนางชาง 13 มิ.ย. 60
นักธุรกิจเจียงซีที่ร่วมงานสัมมนา เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับวัสดุใหม่จอ LED อก. ยานยนต์ ข้อมูลสารสนเทศด้านอิเล็กทรอนิกส์ เวชภัณฑ์ ชีวภาพ บริการทางการเงิน รวมประมาณ 100 ราย
กสญ. รัฐบาลไทยมีนโยบายพัฒนาประเทศ Thailand 4.0 เพื่อทำให้ไทยเป็นประเทศ ศก. ใหม่ (New Engines of Growth) โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความดึงดูดด้านการลงทุนในรูปแบบของ อก. ที่เน้นส่ง เสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ พลังงานสะอาด และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดแข็งของมณฑลเจียงซี อก. ดังกล่าวในมณฑลเจียงซีจึงถือเป็น อก. ที่เข้าข่ายควรได้รับการส่งเสริมให้ไปลงทุนในไทย
รองอธิบดี พณ. (นาย Xiong Guanghui) เจียงซีมีนโยบายพัฒนา อก. แบบ “4+4+3” อก. 4 ประเภทที่มุ่งพัฒนา ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ ยานยนต์และชิ้นส่วน พลังงานสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การค้าการลงทุน กับไทย ปี 59 มูลค่า 776 ล้าน สรอ. ผู้ประกอบการไทยมาลงทุนในเจียงซี 97 ราย มูลค่า 141 ล้านเหรียญ สรอ. มีผู้ประกอบการเจียงซีไปลงทุนในไทย 10 ราย มูลค่า 81.49 ล้าน สรอ. เห็นว่า อก. ของเจียงซีกับไทยมีการเติมเต็มซึ่งกันและกัน มีโอกาสสูงในความร่วมมือด้านพลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ
ผอ. BOI รัฐบาลไทยได้ตั้งเขตระเบียง ศก. ตะวันออก (EEC) รองรับการลงทุนจากภาคเอกชน บ.ที่ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการลดภาษี การอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ การหักลดค่าประกอบ การ (ค่าขนส่ง ไฟฟ้า) ได้ประโยชน์จากระเบียง ศก. ต่างๆ เชื่อมโยงการค้าการลงทุน ในฐานะที่ไทยมีภูมิรัฐศาสตร์ ที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค รองรับประชาคม ศก. อาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากร 600 ล้านคน
ข้อมูล บ. Jiangxi Corp. for Int’l Economic and Technical Cooperation (CJIC)
เป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลเจียงซีที่ได้รับอนุมัติจาก รบ.จีนให้ “ก้าวออกไป” ลงทุน/ค้ากับตปท.รายแรก ตั้งในรูปสมาพันธ์ มีสมาชิกกว่า 300 บ. ในสาขาต่างๆ อาทิ วิศวกรรม กษ. โลจิสติกส์ พาณิชย์ อสังหาริม ทรัพย์ ก่อสร้าง ฯ มี บ. CJIC เป็น ปธ. เมื่อประมูลงานได้แล้ว จะแจกจ่ายงานให้ บ. ในเครือ ทำให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ มีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือแก่ ปท. ด้อยพัฒนาในโลกที่ 3 ทั้งในเอเชีย แอฟริกา จนได้รับการยอมรับใน ตปท. เป็นอย่างมาก และสอดรับกับนโยบาย One Belt One Road ของ รบ.จีน ด้วย
รองประธาน บ. CJIC (นาย Cao Changqing) สนใจลงทุนโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค โดยเฉพาะในเขตระเบียง ศก. ตะวันออก เพื่อสร้างความเชื่อมโยงตามนโยบาย One Belt One Road ของรบ.จีน
2.เยี่ยม ม. East China Jiaotong (ECJU) (ต้อนรับโดย Dr. Luo Yufeng อธิการบดี)12 มิ.ย.60
กสญ. ยินดีที่ได้มาพบผู้บริหาร ECJU ซึ่งเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นและยินดีรับฟังการชี้ แนะที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยี การเตรียมการฝึกอบรมวิศวกรและช่างเทคนิค
ฝ่ายจีน ECJU ได้ผลิตวิศวกรโยธาที่ได้สร้างรางรถไฟในจีนจำนวนมาก โดยตั้งเป้าว่า ทุก 1 กม. ของทางรถไฟในจีน (1.5 แสน กม.) จะเป็นผลงานของวิศวกรที่จบจาก ECJU ซึ่งเป็น ม. ที่เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงแบบครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้าง ซ่อมบำรุงและบริหารจัดการ อีกทั้งแจ้งว่า ค่าใช้จ่ายการสร้างรางรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 1 พันล้านบาท/กม. (200 ล้านหยวน) โดย ม. มีส่วนในการสร้างรางรถไฟสาย Airport Link ของไทย ปัจจุบันมี นศ. รัสเซีย แอฟริกา มาศึกษาที่ ECJU มีหลักสูตรภาษา อ.ด้วย
จากนโยบายให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงของจีนกับอาเซียน รองอธิการบดี ได้นำคณะไปดูงานที่ไทยและ มซ. เดือน พ.ย. 59 (ได้เยือนคณะวิศวะ จุฬาฯ ม. พระจอมเกล้า ลาดกระบัง และวิทยาลัยอาชีวะปทุมธานี) ซึ่งตกลงที่จะแลกเปลี่ยนคณาจารย์ จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ บ. China Railway Eastern Int‘l Group (ซึ่งตั้งอยู่ใน มซ.) ได้ประสานให้ ม. 10 แห่งใน มซ. รวมตัวกันเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนกับจีน โดยจะส่ง นศ.มซ. มาศึกษาที่ ECJU ในปลายปีนี้ ในหลักสูตร ป. ตรี แบบ 2+2 ใน 5 สาขา ซึ่งจะศึกษาระบบรางรถไฟที่ ECJU เป็นเวลา 2 ปี
ข้อมูลเมืองซินยวู๋
เมืองซินยวู๋ อยู่ตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกของมณฑลเจียงซี โดยอยู่ระหว่างนครหนานชางและนครฉางซา มีเนื้อที่ 3,178 ตร.กม. มีประชากร 1.17 ล้านคน มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นเมืองโบราณและเป็นแหล่งที่พักอาศัยของบรรพบุรุษสมัยโบราณ ปี 59 เมืองซินยวู๋มี GDP รวม 102,817 ล้านหยวน (+8.6%)
3.พบปะรองนายกเทศมนตรีเมืองซินยวู๋ (นาย Xu Shaorong) 13 มิ.ย.60
ฝ่ายจีน สนใจที่จะทำ คตล. บ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดในไทย เพื่อแลกเปลี่ยนด้านต่างๆ โดยที่นายกเทศมนตรีเมืองซินยวู๋ ได้เคยนำคณะไปประชาสัมพันธ์ส่งเสริมส้มจี๊ดที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2559 นอกจากนี้ เมืองซินยวู๋ยังมีจุดเด่นด้านพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซล่าร์เซล
กสญ. สกญ. ยินดีที่จะช่วยประสานงาน/ผลักดันให้มี คตล. บ้านพี่เมืองน้องกับ จ. ปทุมธานี โดยที่เมืองซินยวู๋มีศักยภาพด้านโซล่าร์เซล ซึ่งรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนและสามารถแลกเปลี่ยนกับไทยได้ โดยฝ่ายไทยอาจส่ง นศ. มาแลกเปลี่ยนกับจีนที่ Xinyu Technology College ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซล่าร์เซล
ผู้แทน บ. LDK (ผู้ผลิตโซล่าร์เซลรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย) สนใจขยายตลาดแผงโซล่าร์เชลในไทย โดยสนใจไปลงทุนจัดตั้งฟาร์มโซล่าร์เซลผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าของไทย
ข้อมูลเมืองก้านโจว
ก้านโจว (อดีตเคยเป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซี) มี ปวศ. นานกว่า 2,200 ปี เนื้อที่ 39,379.64 ตร.กม. อยู่ตอนใต้สุดของมณฑลเจียงซี เปรียบเสมือนประตูใหญ่ทิศใต้ ในอดีตมีความสำคัญด้านการทหารและการเมือง เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในมณฑลเจียงซี จำนวน 9.7 ล้านคน ปี 59 มี GDP 219,434 ล้านหยวน (+11.17%)
4.พบปะรองนายกเทศมนตรีเมืองก้านโจว (ต้อนรับโดยนาย Zhang Xiaoning) 15 มิ.ย.60
ฝ่ายจีน ก้านโจวมีแหล่งแร่หายากคือ แร่ลิเธียม วุลเฟรม ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในจีนและในโลกโดยเฉพาะแร่ลิเธียมที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ปัจจุบันมี บ. ผลิตรถไฟฟ้า 4 รายมาลงทุนที่ก้านโจวแล้ว ได้แก่ SINOMACH, Thunder Power EV (ไต้หวัน) ซึ่งเป็นคู่แข่งของ บ. Tesla, KAMA (ซานตง), Sinotram (เจียงซู)
ในด้านการค้ากับไทย มีผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์เมืองก้านโจวนำเข้าไม้ยางพาราจาก จ. สงขลา มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ คิดเป็นร้อยละ 70-80 ของไม้ที่นำเข้าจาก ตปท. โดยนำเข้าผ่านเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง และเมืองหนานคัง มณฑลเจียงซี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผ่านเมืองฝอซาน เนื่องจาก มีเรือขนส่งจำนวนมากและอัตราภาษีที่ถูกกว่า อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 60 ได้มีการปรับภาษีศุลกากรเป็นอัตราเดียวกัน ผู้ประกอบการจึงนำเข้าไม้ยางพาราโดยตรงผ่านเมืองหนานคังมากกว่า เนื่องจากเป็นแหล่งผู้ผลิตนับหมื่นราย และเป็นศูนย์การตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา และมีการจัดงาน Expo Furniture วันที่ 1 มิ.ย. ของทุกปีด้วย
ฝ่ายจีน เสนอให้จัดตั้งเวทีความร่วมมือ 3 ฝ่ายประกอบด้วย สกญ. เมืองเซี่ยเหมิน สนง.ตปท. เมืองก้านโจวและนักธุรกิจ 2 ฝ่าย นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาระหว่าง มอ. (วิทยาเขตหาดใหญ่) กับ Jiangxi Uni. of Science & Technology (JUST) มี นศ. ไทยกำลังศึกษาที่ JUST จำนวน 35 คน เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน และสนใจที่จะทำ คตล. บ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดในไทย เพื่อแลกเปลี่ยนด้านต่างๆ
กสญ. สกญ. ยินดีที่จะประสานงานให้มีการตั้งเวทีความร่วมมือ 3 ฝ่าย โดยจะแจ้งสมาคมยางพาราแห่งประเทศไทย รวมทั้งจะผลักดันให้มีการจัดทำ คตล. บ้านพี่เมืองน้องกับ จ. สงขลาต่อไป
5. ดูงานบริษัทเอกชน
5.1 โรงไฟฟ้าโซล่าร์เซล บ. Shenzhen Clou Electronics เมืองซินยวู๋ เงินลงทุน 600 ล้านหยวน เนื้อที่ 900 ไร่ ใช้แผงโซล่าร์เซลซิลิคอน ขนาด 315 Wp จำนวน 223,740 ชิ้น มีกำลังผลิตไฟ 70 MW และสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 71.50 ล้านกิโลวัตต์ (kWh)/ปี อีกทั้งเป็นการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
5.2 บ.เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์รุ่ยจิง (เจียงซี) Jiangxi Risun Green Energy เมืองซินยวู๋ ตั้งปี 2008 เป็น บ.วิจัยและพัฒนา ผลิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ แบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์อะไหล่แบบครบวงจร รวมถึงผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เนื้อที่ 200 กว่าไร่ มีสายการผลิตแผงโซล่าร์เซลที่ทำจากซิลิคอนด้วยเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย โดย 1 แผ่นขนาด 18.4-18.5 cm. สามารถผลิตไฟได้ 4.55 วัตต์ ราคาราว 0.98 USD ได้ไปร่วมงาน Expo Solar Cell ที่ไทย เมื่อต้นเดือน มิ.ย. 59 และมีลูกค้าในไทยด้วย
5.3 บ.ผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้าลิเธียม เมืองก้านโจว (FARASIS) ก่อตั้งปี 2009 เป็น บ. ที่ผลิต จำหน่าย วิจัยและพัฒนาระบบแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใช้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มีเนื้อที่ 108 ไร่ กำลังการผลิต 5 GWh/ปี มี บ. รถยนต์ที่เป็นลูกค้าทั้งในและ ตปท. หลายยี่ห้อ อาทิ เบนซ์ BMW, Ford ฯ ปัจจุบันเป็น บ. ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายแรกในจีนที่สามารถชาร์ตไฟแล้ว วิ่งได้ระยะทาง 300-400 กม./ครั้ง (รายอื่นๆ วิ่งได้ 250 กม. มีอายุการใช้งาน 10 ปี ส่วนใหญ่ผลิตและจำหน่ายตลาดในจีนเป็นหลัก (ร้อยละ 70-80) และส่งออก ร้อยละ 20-30
6. เยี่ยมชมเขตสินค้าทัณฑ์บนเมืองก้านโจว (Bonded Area)
ก่อตั้งเมื่อ 22 ม.ค. 2014 ถือเป็นเขตสินค้าทัณฑ์บนแบบบูรณาการแห่งแรกของมณฑลเจียงซี และเป็นแห่งที่ 35 ของจีน ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเมืองก้านโจว เนื้อที่ 4 ตร.กม. เน้น อก. ด้านโลจิสติกส์ อีคอมเมิร์ซ การเงิน รถยนต์พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสารสนเทศ
7. เยี่ยมชมท่าขนส่งสินค้าระบบรางเมืองก้านโจว ที่ อ. หนานคัง
เป็นท่าขนส่งสินค้าไม้ยางพาราใหญ่อันดับ 2 รองจากฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ร้อยละ 60-80 ของไม้ยางพาราจากไทยถูกส่งมาที่ท่าแห่งนี้ ซึ่งมีความได้เปรียบที่เป็นจุดผ่านระบบรางเส้นทางหนานชาง-รอตเตอร์ดัม
8. เยี่ยมชมศูนย์จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา
เป็นศูนย์จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในเมืองก้านโจว ตั้งที่ อ.หนานคัง เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ยางพาราถึงร้อยละ 80 โดยนำเข้าจากภาคใต้ของไทย (จ.สงขลา) โดย ผปก. ในหนานคังหลายรายได้นำเข้าและสนใจจะไปตั้งโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางที่ไทยด้วย โดย สนง. ตปท. เมืองก้านโจวจัดให้ฟังบรรยายสรุปจาก ผอ.หนานคังและพบ ผปก. เฟอร์นิเจอร์ที่นำเข้าไม้ยางพาราของไทย
รูปภาพประกอบ