โครงการนำผู้ส่งออกผลไม้และศุลกากรไทยมาดูงานที่ท่าเรือเซี่ยเหมิน

โครงการนำผู้ส่งออกผลไม้และศุลกากรไทยมาดูงานที่ท่าเรือเซี่ยเหมิน

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ก.ย. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ย. 2563

| 908 view

ด้วยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมินจัดโครงการนำผู้ส่งออกผลไม้และศุลกากรไทยมาดูงานที่ท่าเรือเซี่ยเหมินระหว่างวันที่ 12-16 ก.ย.60 โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้

                        1. พบหารือกับทีม ปทท. ต้อนรับโดย กสญ. ผอ.สคต. ณ เมืองเซี่ยเหมิน

                        กสญ.  วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเปิดตลาดผลไม้ไทยผ่านท่าเรือเซี่ยเหมิน (crack the ice) พัฒนาศักยภาพของผู้ส่งออกผลไม้ไทยให้ได้เรียนรู้ช่องทาง เพิ่มทักษะด้านการตลาดของการส่งออกผลไม้มายังจีน ทั้งนี้ ได้เชิญผู้ส่งออกผลไม้ที่สำคัญ จ. ต่างๆ ได้แก่ จ.จันทบุรี (ทุเรียน)  จ. ราชบุรี (เกษตรกรดีเด่นปี 2554 / ผู้แทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก)  (มะพร้าว)  จ.ลำพูน (ลำไย)  จ.นครศรีธรรมราช บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เกษตรกรลุ่มน้ำปากพนัง  (มังคุด)  จ. พิจิตร (มะม่วง) จ. นราธิวาส (ลองกอง) ฯ ภาครัฐ ได้แก่ ศุลกากร หน่วยตรวจสอบและกักกันพืช เป็นการดำเนินงานบูรณาการทีม ปทท. ร่วมกับ สคต. กษ. ศุลกากร 

                        2. ประชุมกับผู้นำเข้าผลไม้ไทยของจีน ณ ห้องประชุมตลาดขายส่งผลไม้เมืองเซี่ยเหมิน

                        ฝ่ายไทย ประกอบด้วย รอง กสญ.  ผอ.สคต.  ศุลกากร  ผปก.ส่งออกผลไม้ไทย  ฝ่ายจีน ได้แก่ ผอ.ตลาดขายส่งผลไม้ และผู้นำเข้าผลไม้ 17 ราย                                                                                               ฝ่ายจีน  กล่าวต้อนรับผู้แทนไทย และแจ้งว่า ผลไม้ไทยที่นำเข้ามาจำหน่ายผ่านตลาดขายส่งที่เมืองเซี่ยเหมินมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การประชุม 2 ฝ่ายในวันนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการนำเข้าผลไม้จากไทยได้มากยิ่งขึ้น  โดยกล่าวถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา  ผปก.ผลไม้ไต้หวันได้มาพบกับผู้นำเข้าผลไม้เมื่อปี 2005 ทำให้มีการนำเข้าผลไม้จากไต้หวัน โดยเริ่มจาก 60 ตันในปีแรก จนถึงปัจจุบันได้เพิ่มเป็นปีละ 1,000 กว่าตัน  ทั้งนี้เป็นผลมาจากการพบปะของ ผปก. ทั้ง 2 ฝ่าย  จึงเสนอให้ฝ่ายไทยจัดคณะมาพบปะกันอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้บรรลุผลโดยเร็ว  และได้แจ้งว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของผลไม้ที่นำเข้า จึงขอให้ ผปก. ไทยคำนึงถึงมาตรการด้านอนามัยของผลไม้ไทยให้เข้มงวด                                                                                      รอง กสญ.  ยินดีที่ได้นำ ผปก.ไทย มาพบกับผู้นำเข้าผลไม้ของจีน  ซึ่งนำเข้าผลไม้จากไทยอยู่แล้ว  ผปก. ที่มาร่วมในวันนี้เป็นผู้ส่งออกผลไม้ทุกชนิดที่ได้รับความนิยมในจีน  ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย จากภูมิภาคต่างๆ ของไทย  ที่จะนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจเพื่อเพิ่มปริมาณการนำเข้าผลไม้ไทย ส่งเสริมการค้าไทย-จีน  ซึ่งสอด คล้องกับนโยบายการสร้างความเชื่อมโยงทางการค้า (Market Connectivity) ตามนโยบาย One Belt One Road ได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายการค้าผลไม้  ฝ่ายจีนเสนอให้ฝ่ายไทยดำเนินการ ดังนี้  

                        1.จัดทำปฏิทินการผลิตผลไม้ทุกชนิด ( 22 ชนิด ) แยกตามแหล่งผลิตต่างๆ ที่มีศักยภาพการส่งออกไปจีน ได้จริง  ทั้งปริมาณ คุณภาพ ระยะเวลาเก็บเกี่ยว

                        2. เตรียมความพร้อมด้านพิธีการส่งออกผลไม้ไปจีนให้ชัดเจน  เอกสารที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทยและจีน   

                        3. ควบคุม กำกับมาตรฐานผลไม้อย่างมีประสิทธิภาพ  และมีปริมาณส่งที่ต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอดทั้งปี  หรือตามฤดูกาลระยะเวลาที่ทางจีนต้องการ 

                        คณะได้เยี่ยมชมตลาด พร้อมดูงานการคัดแยก บรรจุภัณฑ์ ระบบห้องเย็น คลังเก็บผลไม้   เป็นต้น

                   3. ดูงานที่เขตการค้าเสรีเมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ต้อนรับโดย ดร. Chen Bo                  คณะได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับบทบาทของเขตการค้าเสรีที่ส่งเสริมการค้าการลงทุน ระหว่าง เซี่ยเหมินกับต่างประเทศ  ซึ่งเป็นเขตสินค้าทัณฑ์บนที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ที่เข้ามาลงทุน โดยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต แปรรูปเพื่อส่งออก  หลังจากก่อตั้งเมื่อเดือน เม.ย. 2015 มี บ. เข้าจดทะเบียนลงทุนแล้วกว่า 12,000 ราย  เป็นเขตการค้าเสรีที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนทั้งจากในและ ตปท. เซี่ยเหมินจึงได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ BRICS กับ ปท. ตลาดเกิดใหม่และ ปท.กำลังพัฒนา (3-5 ก.ย.)              4. การดูงานศุลกากรและเยี่ยมชมท่าเรือเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน

                 4.1 ด้านศุลกากร  บรรยายโดย นาง Guo Na ผอ. ศุลกากร  สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้                                 ศุลกากรจีน จะตรวจสอบเรื่องการชำระภาษีนำเข้า โดยใช้ระบบสแกน (X-RAY) รถสินค้าทั้งคันเพื่อตรวจสอบว่า สินค้าในรถตรงกับรายการที่ในใบกำกับสำแดงที่อยู่ในใบขนสินค้าหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติก็จะขอให้มีการเปิดตรวจสินค้านั้น และหากศุลกากรเปิดตรวจสินค้าแล้วเกิดความเสียหาย รัฐบาลจะชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนให้ ด่านศุลกากรท่าเรือเซี่ยเหมินใช้ระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบถอดประกอบเคลื่อน ย้ายได้ (relocatable) เช่นเดียวกับศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง ด่านศุลกากรแม่สาย ด่านศุลกากรหนองคาย ด่านศุลกากรสะเดา เป็นต้น กรณีผลไม้จากไทยได้รับยกเว้นภาษีเป็น 0 ตามความตกลง FTA อาเซียน-จีน เมื่อผ่านด่านศุลกากรแล้ว จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและกักกันพืช โดยเป็นลักษณะสุ่มตรวจ ในการตรวจสอบสินค้าผลไม้ ผู้นำเข้าจะต้องเตรียมเอกสารให้ จนท. ศุลกากรตรวจสอบ ได้แก่ ใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) และใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) โดยผลไม้ที่นำเข้าปริมาณเยอะที่สุด ได้แก่ ลำไยแห้ง ทุเรียนสด เงาะ มังคุด และน้อยหน่า ตามลำดับ

                     ปัจจุบัน กรมศุลกากรไทยได้ดำเนินโครงการ  ผปก. ระดับมาตรฐาน  AEO วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศของ  ผปก. รวมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกทางการค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยไทยมี ผปก. ระดับมาตรฐาน  AEO จำนวน 350 ราย และจีนมี ผปก. ระดับมาตรฐาน  AEO กว่า 2,000 ราย ไทยอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลในการจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement : MRA) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างศุลกากร 2 ฝ่าย เพื่อให้การเคลื่อนย้ายสินค้าจากต้นทางจนถึงผู้บริโภคเกิดความปลอดภัยและสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากการแลกเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ของ ผปก. ระดับมาตรฐาน  AEO ระหว่างกัน   โดยปัจจุบันมีเพียงเกาหลีใต้และฮ่องกงเท่านั้นที่มีความตกลงร่วมกับไทย  ส่วนจีนอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการ

                     คำแนะนำสำหรับ ผปก. ไทยที่จะส่งสินค้าไปจีน  เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้าเพื่อให้สินค้าถึงมือผู้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ผปก. ไทยควรที่จะจัดเตรียมและส่งเอกสารที่ใช้ประกอบการตรวจสอบสินค้าตาม กม. ของจีนให้แก่ผู้นำเข้าของจนให้ครบถ้วน  หากเอกสารไม่ครบตาม กม.ที่กำหนด การตรวจสอบสินค้าของ จนท.ศุลกากร จะใช้เวลาในการดำเนินการล่าช้า อาจส่งผลให้สินค้าได้รับความเสียหายด้วยเงื่อนของเวลาได้                     4.2 ด้านการตรวจสอบและกักกันพืช  บรรยายโดย น.ส. Wu Jiang  รอง ผอ.                                   กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค สปจ. (AQSIQ) เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับ ดูแลการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรของจีน มีหน่วยงานย่อยในแต่ละพื้นที่เรียกว่า China Entry-Exit Inspection  & Quarantine Bureau (CIQ) ซึ่งเป็นด่านตรวจสอบกักกันการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งทางบก เรือและอากาศ สำหรับเมืองเซี่ยเหมิน ก็จะเป็น Xiamen CIQ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Fujian CIQ อีกทีหนึ่ง                                 จนท. CIQ จะทำการสุ่มตรวจตามอัตราที่กำหนด โดยบางรายการอาจต้องมีการส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ที่ lab ของ Xiamen CIQ  ดังนั้นระยะเวลาในการตรวจจึงไม่แน่นอน ขึ้นกับประเภทของสินค้าและจำนวนรายการที่ต้องตรวจ โดยหากเป็นไปตามข้อกำหนดในการนำเข้า จะปล่อยผ่านสินค้าให้นำเข้ามาได้  แต่หาก ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ก็จะใช้มาตรการกำจัดศัตรูพืชสำหรับกรณีที่สามารถกำจัดศัตรูพืชได้  และจะใช้มาตรการส่งกลับหรือเผาทำลาย  กรณีที่ไม่สามารถกำจัดศัตรูพืชได้ และรายงาน  AQSIQ ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อมี Notification of non- compliance แจ้งเตือนผ่านกรมวิชาการเกษตรของไทย  ให้แจ้งเตือน หรือระงับผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

                     ก่อนนำเข้าสินค้า ผปก. ต้องตรวจเช็ครายการสินค้าที่อนุญาตให้นำเข้าได้ เช่น ผลไม้สดจากไทย จีนอนุญาตให้นำเข้าได้ 22 ชนิด (ได้แก่ กล้วย เงาะ ละมุด สละ มะขาม ส้มเขียวหวาน สับปะรด มะม่วง ทุเรียน มะละกอ เสาวรส มังคุด ชมพู่ มะเฟือง ส้มโอ ส้ม มะพร้าว น้อยหน่า ฝรั่ง ขนุน ลองกอง ลำไย และลิ้นจี่ รวมถึงศึกษาเงื่อนไขในการส่งออก และด่านจีนที่อนุญาตให้นำเข้าได้ จากนั้น ผู้นำเข้าต้องขอหนังสือ Import permit ผลไม้ชนิดนั้น จาก  AQSIQ ที่กรุงปักกิ่ง โดยสามารถขอนำเข้าเป็นลักษณะ single / multiple ตามปริมาณที่กำหนด ภายในระยะ เวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี ขึ้นกับความต้องการ

                        คณะได้เยี่ยมชมด่านศุลกากรและหน่วยตรวจสอบและกักกันพืช รับฟังบรรยายสรุปกระบวนการนำเข้าสินค้าต่างชาติจากเรือสินค้าออกจากด่านศุลกากรที่ท่าเรือ  มีระบบการลงทะเบียนออนไลน์ 24 ชม.  ขนถ่ายสินค้าได้ 9.6 ล้าน TEU/ปี จัดเป็นเมืองท่าใหญ่เป็นอันดับ 7 ของจีน และอันดับ 16 ของโลก

                     5. เยี่ยมชมห้าง Sam’s Club นำเข้าสินค้าต่างประเทศ                                                     เป็นห้างสรรพสินค้านำเข้าระดับพรีเมี่ยมจากนานาประเทศ รวมทั้งอาหารจากทั่วโลก คณะได้เยี่ยม    ชมแผนกผลไม้ของไทยซึ่งมีทุเรียน ลำไย  โดยคู่แข่งทุเรียนของไทยคือ ทุเรียนแช่แข็งพันธุ์ Musa King จากมาเลเซีย     ที่มีคุณภาพเหนือกว่าพันธุ์หมอนทองของไทย แต่ยังปลูกได้น้อย  ฝ่ายไทยเชื่อว่าจะนำพันธุ์พวงมณีมาแข่งได้  ซึ่ง ผจก.ฝ่ายจัดซื้อของห้างให้ความเห็นว่า หากไทยสามารถนำผลไม้ไทยมาใช้ประกอบการทำอาหารแบบของหวาน อาทิ  เค้ก ไอศครีม ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก  ซึ่งเค้กทุเรียนกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก

                             6. เยี่ยมชม บ. Dafengyu ผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ                                                           เป็น บ. ที่นำจุลินทรีย์สายพันธุ์จากญี่ปุ่น อิสราเอล เยอรมัน  มาสกัดเป็นหัวเชื้อผลิตปุ๋ยน้ำชีวภาพ         มี 8 ชนิด ทำให้ผลผลิตทั้งพืชและสัตว์เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10-20 ทำให้ผลผลิตเกษตรปลอดจากสารพิษ  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  ปัจจุบัน บ.มี สนง. ใน 22 มณฑลทั่วจีน ได้ส่งออกปุ๋ยนี้ไป ปท. ต่างๆ ในอาเซียนแล้ว (ฟป. อซ. มซ.     กัมพูชา พม่า) ในไทยอยู่ระหว่างการให้เกษตรกรที่ จ.มหาสารคาม ทดลองใช้

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ