วันที่นำเข้าข้อมูล 16 พ.ย. 2560
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 มิ.ย. 2564
เมื่อวันที่ 7-9 พ.ย. 2560 รอง นรม. พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง และคณะ เดินทางมาเมืองเซี่ยเหมินเพื่อร่วมงานสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ 6 ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว รวมทั้งศึกษาดูงานและพบปะผู้บริหารเมืองเซี่ยเหมิน ดังนี้
1. พบกับ รมช. ทบวงกิจการชาวจีนโพ้นทะเล (Mr. Xu Yousheng)
ฝ่ายจีน การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนความเชื่อมโยง (connectivity) ตามนโยบาย Belt & Road Initiative ของจีน ที่เน้นหลักการเปิดกว้าง การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน เพื่อส่งเสริม คสพ. และความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนและนโยบาย Thailand 4.0 ของไทย
รอง นรม. Belt & Road Initiative ของจีนเป็นยุทธศาสตร์ที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนา ศก.ของไทย ซึ่ง รบ. ทั้ง 2 ปท. ได้ลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ นับเป็นความร่วมมือที่สำคัญของทั้ง 2 ปท. ที่ต่างอำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน โครงการดังกล่าวนอกจากจะช่วยกระตุ้น ศก. ในภาพรวม ทั้งการสร้างงาน การค้าขาย ธุรกิจแล้ว ยังเป็นการขยายความเจริญไปยังพื้นที่ชนบทในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และประสงค์จะเชิญชวนภาคเอกชนจีนที่มีนวัตกรรมไปลงทุนในพื้นที่ EEC ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อน ศก. ของไทย และจะเป็นการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ทั้ง 2 ปท. เข้าด้วยกัน
2. พบกับอธิการบดี ม.หัวเฉียว (Dr. Xu Xipeng)
รอง นรม. ยินดีที่ได้มาพบหารือผู้บริหาร ม.หัวเฉียว ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ 6 การสัมมนาดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ (think tank) การระดมสมองของนักวิจัยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสนอให้รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายนำไปพิจารณาเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ไทย-จีน และขอบคุณ ม.หัวเฉียวที่มีบทบาทช่วยพัฒนาบุคลากร (HRD) ของไทยติดต่อกัน 13 ปี 3. งานสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ 6 หัวข้อ “The Belt and Road” and “Thailand 4.0” : Towards Common Prosperity “ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ม. หัวเฉียว (HQU) China Society for Southeast Asian Studies (CSSAS) และสมาคมวัฒนธรรมและศก. ไทย-จีน และมีการเปิดตัวหนังสือ “Blue Book of Thailand (2017)” ในงานสัมมนา ด้วย
รอง นรม. (พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง)
งานสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันอย่างกว้างขวางในการดำเนินความร่วมมือต่างๆ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางทะเล และนโยบาย Thailand 4.0 โดยเฉพาะแง่คิดต่างๆ ที่จะเกิดจากโครงการ “The Belt and Road” เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดผลดียิ่งขึ้นไปอีก ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ทางการวิจัยระหว่างกันของทั้ง 2 ประเทศ
เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง (นายพิริยะ เข็มพล)
จีนภายใต้การนำของ ปธน. สี จิ้นผิง กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีแนวคิดด้านการพัฒนารูปแบบใหม่ ที่เน้นการส่งเสริมนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และมียุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเป็นนโยบาย flagship ด้านการต่างประเทศ ส่งเสริมความเชื่อมโยงกับต่างประเทศใน 5 ด้าน คือ ด้านการประสาน งานเชิงนโยบาย การค้าการลงทุน การเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และ คสพ. ระดับประชาชน มีการก่อตั้งกองทุนเส้นทางสายไหม (silk road fund) และธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) รวมทั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งชาติจีน (China Development Bank) และธนาคารนำเข้าส่งออกจีน (China Exim Bank) เป็นแหล่งเงินทุนในการผลักดันโครงการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการปฏิรูป ปท. รอบด้าน และยกระดับภาคการผลิตของไทยไปสู่การเป็น “ประเทศไทย 4.0” ที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรม วิสาหกิจเกิดใหม่ (start-up) การเข้าสู่ ศก. ดิจิทัล และ อก. ใหม่ 5 สาขา ได้แก่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร และมีโครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) เป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้ง 2 ปท. มีความสอดคล้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มี บ. เทคโนโลยีชั้นสูงของจีนหลายราย เช่น หัวเหว่ย อาลีบาบา JD สนใจจะไปลงทุนที่ไทยภายใต้โครงการ EEC แล้ว หากภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชนทั้ง 2 ปท. มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ช่วยผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เชื่อว่า จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายของการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน และจะช่วยให้จีนประสบความสำเร็จในการขจัดความยากจน บรรลุเป้าหมาย 100 ปี 2 ประการ (ได้แก่ 1 การสร้างสังคมกินดีอยู่ดี 2. การเป็น ปท. มหาอำนาจที่เข้มแข็งและทันสมัย ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการก่อตั้ง พคจ. ในปี 2020 และครบรอบ 100 ปีการสถาปนา สปจ. ในปี 2050) และความฝันของจีนในการเป็น ปท. ที่เข้มแข็ง ร่ำรวย สงบสุข มีวัฒนธรรม และสวยงามได้อย่างแน่นอน
เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (ศจ. นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล) การสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีนครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมาย 4 ประการ ได้แก่
- เสริมสร้างและกระชับ คสพ. อันดีระหว่างจีนและไทยในระดับบุคคล องค์กร และประเทศ
- สร้างความตระหนักรู้ระหว่างหน่วยงานไทยและจีนที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างบูรณาการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ
- ส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยเชิงวิชาการ เพื่อนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ
- สิ่งสำคัญที่คาดหวังการจากสัมมนาครั้งนี้มากที่สุด คือ เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับสถานะและบทบาทของจีนและไทย เพื่อช่วยในการวางแนวทางและทิศทางการดำเนิน คสพ. ตลอดจนเพื่อกำหนดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยไทย-จีน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้ง 2 ฝ่าย
ในโอกาสนี้ รอง นรม. ได้พบปะและเยี่ยมชมผลงานศิลปะการเขียนพู่กัน การวาดภาพสีน้ำของ นศ. ทุน ขรก. ที่กำลังศึกษาที่ ม. หัวเฉียว ด้วย
4. พบกับนายกเทศมนตรี (นาย Zhuang Jiahan)
ฝ่ายจีน ยินดีต้อนรับ รอง นรม. เซี่ยเหมินและไทยมีความใกล้ชิดกันหลายด้าน ด้านการค้าระหว่างเมืองเซี่ยเหมินกับไทย (ม.ค. - ก.ย. 2017) มีมูลค่า 1.734 พันล้านเหรียญ สรอ. เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.54 นทท. ไทยมาเยือนเซี่ยเหมิน (ม.ค. - ก.ย. 2017) เปรียบเทียบในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.32
ฝ่ายไทย ขอบคุณฝ่ายจีนที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาบุคคลากร (HRD) ของไทย เนื่องจากมี นศ.ทุน ขรก.ไทยมาศึกษาที่ ม.หัวเฉียว ติดต่อกันเป็นปีที่ 13 นอกจากนี้ ยังมี นศ. ทุนกองทุนสายไหมทางทะเล ทุนตันกากี ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ศก. ไทยและมีบทบาทเป็นเสมือนสะพานเชื่อมไทย-จีนในอนาคต ทางด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ใคร่ขอให้ผ่ายจีนพิจารณาให้การสนับสนุน ดังนี้
- เพิ่มเที่ยวบินของสายการบินไทย (เซี่ยเหมิน-กท.) จาก 4 เที่ยว/สัปดาห์ เป็นเที่ยวบินรายวัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนและไทยมีการเดินทางไปมาหาสู่กันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ขอยกเว้นการตรวจลงตราประเภทเดินทางผ่านเซี่ยเหมิน ระยะเวลา 72 ชม.แก่ชาวไทย ซึ่งนิยมมาเยี่ยมบ้านเกิดบรรพบุรุษและญาติ (ผ่านเมืองเซี่ยเหมินเป็นหลัก นทท.ไทยจัดเป็นอันดับ 4 ของ นทท. ต่างชาติที่เยือนจีน (ปี 58 จำนวน 523,100 คน ) จึงขอให้ฝ่ายจีนพิจารณาให้ไทยเป็น ปท.ที่ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเมืองเซี่ยเหมินในระยะเวลา 72 ชม. ซึ่งจีนจะเพิ่มนักท่องเที่ยวจากไทยได้มากขึ้นด้วย
หมายเหตุ : ปัจจุบัน เมืองกุ้ยหลินได้ยอมให้กรุ๊ปทัวร์ นทท. ไทยได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา
5. การศึกษาดูงาน
5.1 เยี่ยม Xiamen Software Park II ต้อนรับโดย นาย Jiang Kongque บ. Xiamen Information Group
มี 3 Phase ปี 2016 สร้างรายได้แก่เซี่ยเหมิน 70,000 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 64 ของรายได้เมืองเซี่ยเหมิน ทั้ง 3 Phase มีบ.เข้าลงทุน 1,720 ราย มีพนักงานรวมแสนกว่าคน อก. IT ถือเป็น อก. สำคัญในยุค digital economy โดย Software Park แห่งนี้ถือเป็น หนึ่งใน Software Park ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
คณะได้ดูงาน บ. Meiya Pico เป็น บ.คิดค้นวิจัยและผลิตอุปกรณ์ความปลอดภัยด้าน IT ที่ใช้ในงาน รปภ. เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย มีห้องวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (laboratory) ผลิตระบบตรวจสอบวงจรปิดอุปกรณ์ IT ต่อต้านการก่อการร้าย ขบวนการมิจฉาชีพ ปลอมแปลงเอกสาร ให้ความร่วมมือกับ ตร. ด้านสืบสวนคดีด้านนิติเวช (forensic science) และงานข่าวกรอง intelligence ด้านกลาโหม มีความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงนานาชาติ เป็นศูนย์ฝึกอบรมงานความมั่นคงนานาชาติ เคยจัดหลักสูตรอบรมแก่ ตร.ไทยแล้วด้วย
5.2 เยี่ยมชมศูนย์นิทรรศการ สนง. ผังเมืองเซี่ยเหมิน (Xiamen Planning Exhibition Hall)
เป็นที่จัดแสดงแผนผังและสิ่งก่อสร้างสำคัญของเมืองเซี่ยเหมิน เนื้อที่ 8,000 ตร.ม. แสดงประวัติความเป็นมา รูปแบบเมือง โซนการจัดผังเมือง เขตสำคัญ พื้นที่สาธารณะ รวมถึง City Interactive Hall สิ่งก่อสร้างที่เป็น Highlight ของเซี่ยเหมิน พื้นที่อนุรักษ์ทาง ปวศ. (มี กม.อนุรักษ์อาคารโบราณ ตั้งแต่ปี 2000) โซนที่อยู่อาศัย ท่องเที่ยว ระบบคมนาคม มีการแสดงวีดีทัศน์ระบบ 360 องศาเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองเซี่ยเหมิน
การจัดผังเมืองของเซี่ยเหมินเป็นไปตามนโยบาย Beautiful City พัฒนาเกาะเป็นสวนในทะเล (Garden Island) เน้นการจัดการสีเขียว เพิ่มความสวยงาม ร่มรื่นน่าอยู่ ได้รับจัดอันดับเป็นเมืองน่าอยู่ระดับต้นๆ ของจีน ใช้เทคโนโลยี IT มุ่งเป็น smart city เพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเซี่ยเหมิน
รูปภาพประกอบ