รษก.กสญ.นำคณะผู้บริหารและนักธุรกิจเมืองก้านโจวไปพบผู้บริหารและนักธุรกิจสมาคมยางพารา จ. สงขลา ระหว่างวันที่ 14-18 พ.ย. 60

รษก.กสญ.นำคณะผู้บริหารและนักธุรกิจเมืองก้านโจวไปพบผู้บริหารและนักธุรกิจสมาคมยางพารา จ. สงขลา ระหว่างวันที่ 14-18 พ.ย. 60

วันที่นำเข้าข้อมูล 22 ธ.ค. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ย. 2563

| 818 view

เมื่อระหว่างวันที่ 14-18 พ.ย. 60 รษก.กสญ. นำคณะผู้บริหารและนักธุรกิจเมืองก้านโจวไปพบผู้บริหารและนักธุรกิจสมาคมยางพารา จ. สงขลา  สรุปผลการดูงาน ดังนี้                    

1. พบผู้บริหาร จ. สงขลา (พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด  ผอ. สนง.พณ.จ.สงขลา   รองปลัดเทศบาลเมืองทุ่งสง  ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่)                                                                                                                   

           พาณิชย์จังหวัด (นายเอกศักดิ์ อารยนันท์) กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจีน การพบปะหารือวันนี้ จะเป็นการนำไปสู่การขยายความร่วมมือและการกระชับ คสพ.บ้านพี่เมืองน้อง ระหว่าง จ. สงขลาและเมืองก้านโจว                                                    

          ฝ่ายจีน  เขตหนานคัง เมืองก้านโจวเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ และแหล่งกระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีส่วนแบ่งการตลาด 1 ใน 4 ของจีน มีการคาดการณ์สภาพ ศก. มูลค่ารวมของ อก. ไม้ยางแปรรูปหรือเฟอร์นิเจอร์ปีนี้ 2 หมื่นล้านเหรียญ สรอ. และปี 2020 ตั้งเป้าที่ 3 หมื่นล้านเหรียญ สรอ. มีอัตราการใช้ไม้รวมที่ 8 ล้าน ลบ.ม. เป็นไม้ยางพารา 4.5 ล้าน ลบ.เมตร และข้อมูลด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ มุ่งเป็นศูนย์กลาง อก.เฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์การขนส่งระบบราง ที่จะนำเข้าไม้จากทั่วโลกทั้งจากยุโรป และประเทศอาเซียน มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ อก.ดังกล่าวได้รับการสนุบสนุนจากภาครัฐ ทั้งด้านพื้นที่ เครื่องจักร มาตรการภาษี อาทิ ได้รับเงินช่วยเหลือเรื่องจากจัดตั้ง อก. เฟอร์นิเจอร์ในนิคม อก. ปีละ 7 พันล้านหยวน เพื่อชดเชยค่าระวางการขนส่งสินค้าวัตถุดิบมายังโรงงาน ทำให้ อก.ดังกล่าว มีขีดความสามารถการแข่งขัน ทั้งด้านนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถลดต้นทุนการผลิตทำให้แข่งขันในตลาดโลกได้ มี บ. ผลิตเฟอร์นิเจอร์นับหมื่นราย มีแรงงานที่เกี่ยวข้อง 5 แสนคน ส่งออก 30 กว่า ปท. ตั้งเป้าจะเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์อันดับ 1 ของจีนและของโลก             เมืองก้านโจวมีความต้องการไม้ยาง 4.5 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ไทยผลิตได้เพียง 3.5 ล้าน ลบ.ม. การเดินทางมาครั้งนี้ของนักธุรกิจจีน เพื่อเยี่ยม อก.แปรรูปไม้ยางที่เกี่ยวข้อง และสร้างความมั่นใจว่า ไม้ยางมีคุณภาพได้มาตรฐาน หากทั้ง 2 ฝ่ายมีความตกลงในการเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างเมืองก้านโจว-สงขลา ก็จะช่วยยกระดับและพัฒนา คสพ. ในด้านต่างๆ ทั้ง ศก. การค้าการลงทุน สังคมวัฒนธรรม การศึกษา ได้มากยิ่งขึ้น จ.สงขลา ก็จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางอก.ไม้ยางแปรรูปและผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไปพร้อมๆ กับเมืองก้านโจวได้                                  

2. การประชุมธุรกิจไม้ยางพารา (มีนักธุรกิจสมาคมไม้ยางพาราเข้าร่วมกว่า 30 ราย) สรุปสาระของการแลกเปลี่ยนความเห็นได้ ดังนี้

              ฝ่ายจีน  ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาพัฒนาเส้นทางการขนส่งทางทะเลในการขนส่งจากท่าเรือสงขลาหรือภาคใต้ของไทยไปยังเมืองเซินเจิ้น หรือเซี่ยเหมินโดยตรง จะลดต้นทุนค่าขนส่งเนื่องจากไม่ต้องผ่านนายหน้าคนกลางที่เมือง Foshan, Xunde ที่กว่างโจว โดยในที่ประชุม มีผู้แทนเรือขนส่งสินค้าซึ่งให้บริการขนส่งสินค้าจากท่าเรือสงขลาไปจีน 2 เที่ยว/สัปดาห์ รวมทั้งการใช้ขนส่งของ บ. Cosco จากท่าเรือปีนังที่มาเลเซีย จะช่วยให้การขนส่งไม้ยางไปยังจีน มีความแน่นอนมากขึ้น

              นายกสมาคม การพบหารือครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการค้าไม้ยางพาราแปรรูปโดยตรงกับผู้ซื้อ สมาคมฯ มีนโยบายมาโดยตลอดเรื่องการไม่เผื่อขนาดไม้ยางพาราแปรรูป หากมีการผลักดันโดยฝ่ายจีนเองน่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ดีกว่าที่ฝ่ายไทยผลักดัน เนื่องจากจะเกี่ยวข้องกับการคิดอัตราภาษีของศุลกากรจีน ซึ่งจะทำให้เกิดการค้าขายที่ยั่งยืน หากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายร่วมมือกันก็จะเป็นการลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งนี้ต้องการให้ฝ่ายจีนหาวิธีการลดการค้าขายกับผู้ค้าคนกลาง และหากผู้ซื้อผู้ขายมีการซื้อขายโดยตรงจะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ราคาที่ถูกต้องแน่นอน  

              รษก.กสญ. สอบถามความเป็นไปได้เกี่ยวกับการส่งสินค้าไทย อาทิอาหารแปรรูป (สัตว์น้ำ ผลไม้กระป๋อง ไม้ยาง ฯ) ไปสต็อกที่คลังสินค้าที่ Nankang Port ที่เป็นเขตสินค้าทัณฑ์บน (bonded warehouse) ที่สามารถเป็นแหล่งพักสินค้าไทยก่อนส่งไปยังตลาดทั้งในจีนและยุโรป ซึ่งฝ่ายจีนแจ้งว่าคงต้องมีการขยายพื้นที่สำหรับคลังสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าตามนโยบาย One Belt One Road ที่คาดว่าจะมีการเพิ่มขบวนรถสินค้าจากจีน 3 พันเที่ยว/ปี เป็น 5 พันเที่ยว /ปี ภายในปี 2020                    

สภาผู้ส่งออกทางเรือแห่ง ปทท. (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก (นส.กัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์)

การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สําคัญ เช่น น้ำมันสําเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำตาลทราย

ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ปรับตัวดีขึ้นตามลําดับจากปัจจัยบวก อาทิ ราคาและความต้องการสินค้า เพื่อนําไปผลิตต่อของคู่ค้า การส่งออกในกลุ่มสินค้าและตลาดส่งออกสําคัญ 10 อันดับแรก ในเดือน ม.ค. - ก.ย. 2560 พบว่า ผลิตภัณฑ์ยาง เติบโตร้อยละ 52.8 (เปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2559)

สถิติการส่งออกสินค้าไปจีนยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์ ด้าน ศก. ของจีน มี

การเติบโตช่วงไตรมาสที่ 3 และคาดการณ์ว่า จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณสินค้าที่ขนส่งทั้งทางทะเล และทางอากาศระหว่างไทย-จีนในช่วงที่ผ่านมา โดย สรท. คาดว่า การส่งออกไทยปี 2560 เติบโตไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 8 ตามทิศทางการค้าโลก

3. การลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือยุทธศาสตร์ระหว่างสมาคมไม้ยางพาราไทยกับสมาคม Ganzhou Overseas Chinese Investment Entrepreneurs เพื่อส่งเสริมการค้าผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราไทย-จีน

การศึกษาดูงาน  คณะผู้แทนจีนได้ไปเยี่ยมชม

      - โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ของ บ. กรีนพาราวู้ด จากัด ผลิตไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้ง ที่ อ.เทพา จ.สงขลา มีโต๊ะเลื่อย 60 โต๊ะ มีกำลังการผลิต 1.5 แสน ลบ.ม. หรือปริมาณ 300 ตู้/เดือน

      - โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่แข็ง ของ บ. ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งปี 2521 ผลิตกุ้งแช่แข็ง มีกำลังผลิต 1 แสนตัน/ปี และได้พบปะผู้แทน บ. ในเครือที่ผลิตทูน่ากระป๋อง

      - เยี่ยมชมท่าเรือน้ำลึกสงขลา สามารถรองรับเรือขนาด 9,000 -20,000 เนทเวทตัน มีท่าเทียบเรือสินค้าทั่วไป 2 ท่าและท่าเทียบเรือสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ 1 ท่า สามารถรองรับตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ได้ 140,000 ตู้/ปี

ข้อสังเกต

1. สกญ.เห็นว่าการเยือน จ.สงขลา ของคณะผู้บริหารและนักธุรกิจเมืองก้านโจว ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ส่วน ทั้งการพบปะผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นความสำคัญของการพัฒนา คสพ. บ้านพี่เมืองน้อง

2. คณะผู้แทนจีนได้เห็นถึงศักยภาพของ จ.สงขลา ทั้งการเป็นศูนย์กลาง ศก. การค้าการลงทุน การขนส่งทางทะเล การศึกษา การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ เป็นต้น

3. นอกจากฝ่ายไทยสามารถใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของก้านโจว ในฐานะฐานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า(แร่ลิเธียม ซึ่งก้านโจวเป็นแหล่งแร่ลิเธียมที่ใหญ่ที่สุดในจีน) แล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์ความได้เปรียบในด้านการ ศก. การขนส่งระบบรางเชื่อมจีนกับยุโรป โดยสามารถส่งสินค้าไทยไปยังเขตสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Area) ที่ Nankang Port เมืองก้านโจว ในการใช้ก้านโจวเป็นจุดพักและกระจายสินค้าไปยังตลาด 29 เมืองในจีนและ 28 เมืองใน 11 ประเทศในยุโรปได้ตามนโยบาย One Belt One Road ของจีน

------------------------------------------------------------

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ