รษก.กสญ. ได้นำคณะนักธุรกิจไทยไปดูลู่ทางธุรกิจ ณ เมืองก้านโจวและนครหนานชาง มณฑลเจียงซี เพื่อหารือลู่ทางธุรกิจ

รษก.กสญ. ได้นำคณะนักธุรกิจไทยไปดูลู่ทางธุรกิจ ณ เมืองก้านโจวและนครหนานชาง มณฑลเจียงซี เพื่อหารือลู่ทางธุรกิจ

วันที่นำเข้าข้อมูล 5 เม.ย. 2561

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 มิ.ย. 2565

| 393 view

เมื่อวันที่ 22-24 มี.ค.61 สกญ. ได้นำคณะนักธุรกิจไทยไปดูลู่ทางธุรกิจ ณ เมืองก้านโจวและนครหนานชาง มณฑลเจียงซี เพื่อหารือลู่ทางธุรกิจ โดยมี รษก. กสญ. เป็น หน. คณะ นส. รภรัตน์ อภิจรรยาธรรม กงสุล น.ส.สุพรรณิกา จีนะ จนท. ศูนย์ BIC และ น.ส.หวง ฉงฮวา ล่าม ร่วมเดินทางไปด้วย นั้น

           เกร็ดเกี่ยวกับเขตหนานคัง

           เป็น hub port สำคัญของจีนในการนำเข้าไม้ยางพาราจากไทย และเป็นด่านนำเข้าไม้ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีนรองจากด่านฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง หนานคังเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางที่ใหญ่ที่สุดในจีน ปัจจุบัน รบ. จีนสนับสนุนและพัฒนาให้ อก. แปรรูปเฟอร์นิเจอร์ของหนานคัง “ก้าวออกสู่ ตปท.” ตามนโยบายของ ปธน. จีน และสร้างแบรนด์ Made in Nankang ให้เป็นที่รู้จักของตลาดสากล

ในการนี้ สกญ. ขอเรียนสรุปผลการเยือนมณฑลเจียงซี ดังนี้

              1. การหารือธุรกิจการส่งออกไม้ยางพารา เพื่อ อก. เฟอร์นิเจอร์ ณ เขตหนานคัง (ก้านโจว)

           ฝ่ายจีน โดยนาย Zhong DingYan (รอง ผอ. เขต) กล่าวต้อนรับคณะนักธุรกิจไทย ในอนาคตจะมีสายการบินตรงก้านโจว-กทม. การคมนาคมจะสะดวกมากขึ้น หวังว่าการเจรจาครั้งนี้ จะทำให้เกิดความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในภายหน้า เพื่อนำไปสู่การบรรลุ คตล. หนานคัง-ไทยในด้านการค้าการลงทุนและอื่นๆ ต่อไป

เมืองหนานคังมี ผปก. เฟอร์นิเจอร์ราว 7,000 ราย กำลังการผลิตไม้แปรรูป 10 ล้าน ลบ.ม./ปี เป็นทั้ง

แหล่งผลิต และศูนย์รวมและกระจายไม้แปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในจีน นำเข้าไม้ยางพาราจากไทย 80% ของปริมาณไม้ทั้งหมด ไม้ยางพาราไทยได้รับความนิยมมากในหนานคัง เนื่องจากคุณภาพดี ราคาถูก ทนทาน ปี 2017 มีมูลค่าการผลิต 130,000 ล้านหยวน ส่งขายในตลาดจีน 80% และส่งออก ตปท. 20%

            ปัจจุบันมีเส้นทางขนส่งจากก้านโจวไปไทย 2 เส้นทาง คือ 1) เส้นทางระบบรางจากก้านโจว ไปลงเรือที่เมืองเซี่ยเหมิน แล้วส่งต่อไปยังท่าเรือที่ จ.สงขลา (ซึ่งเส้นทางนี้มีปัญหาตู้สินค้าขากลับว่าง)  2) ผ่านท่าปีนังและมาขึ้นท่าที่เมืองเซี่ยเหมิน จากนั้นใช้ขนส่งระบบรางมาที่เมืองก้านโจว (ราคา 950 สรอ./ตู้ ซึ่งต้องลดให้เหลือ 750-800 สรอ. จึงจะคุ้มทุน) ทั้ง 2 ฝ่ายอาจร่วมมือกันหาวิธีแก้ปัญหาตู้สินค้าว่าง

           รษก.กสญ. ขอบคุณเขตหนานคังที่ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจไทย และกล่าวถึงศักยภาพของหนานคัง เป็นฐานสำคัญของ BRI ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองก้านโจว ที่จะสามารถเป็น hub port เชี่อมกับเขต EEC ของไทย จะทำให้การนำเข้า-ส่งออกไทย-จีนเชื่อมกัน โดยไทยสามารถส่งสินค้ามาจีนผ่านหนานคังได้ ส่งเสริมการค้าซึ่งกันและกัน  บรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน สิ่งสำคัญที่สุดของ BRI คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งไทย-จีนได้เริ่มสร้างรถไฟไทย-จีนแล้ว ต่อไปหวังว่าไทย-จีนจะมีความร่วมมือกันในด้านต่างๆ มากขึ้น

            ปี 2017 ไทยส่งออกสินค้ามาจีน 2.94 หมื่นล้าน สรอ. และนำเข้าจากจีน 4.42 หมื่นล้าน สรอ. จึงมีช่องว่างที่จะพัฒนาขยายการค้าได้อีกมาก เนื่องด้วย จะมีการเปิดเส้นทางบินตรงก้านโจว-ไทย และเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลสงขลา-ก้านโจว ก็จะสามารถเพิ่มการค้าระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้น

ในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไป ตปท. ขอเสนอให้ไทยสามารถส่งสินค้าไทยมาพักที่เขตคลังสินค้าทัณฑ์บน (bonded warehouse) ของหนานคัง เพื่อใช้เป็นจุดกระจายสินค้าไทยในเขตมณฑลตอนในรวมทั้งตลาด ปท. ยุโรป โดยอาศัยระบบรางรถขนส่งสินค้าที่เชื่อมกับ 28 ปท.ของยุโรป  

                        ผู้แทนเอกชน (บ. Precise Smart life) การเยือนก้านโจวครั้งนี้ เพื่อศึกษาลู่ทางและหาโอกาสทางธุรกิจ กิจการหลักของ บ. คือ ด้านพลังงาน ได้แก่ โซล่าเซล พลังงานชีวมวล (Biomass) ไบโอแก๊ส ฯ บ. ตั้งอยู่ที่ กทม. มีการสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าขนาด 9.9 เม็กกะวัตต์ 2 โรง ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยใช้เศษไม้ยางเป็นเชื้อเพลิง 800 ตัน/วัน มีการปลูกทดแทนเรื่อยๆ ปัจจุบัน กำลังก่อสร้างโรงแปรรูปไม้ยาง จะแล้วเสร็จ มิ.ย. ปี 62 กำลังผลิต 1.6 ล้าน ลบ.ม. ต้องการส่งออกมายังจีน และหากมี ผปก. จีนสนใจนำเข้าไม้ ก็อาจจะมีการลงนาม MOU ต่อไป

                        ผู้แทนเอกชน (ผู้บริหาร บ. Justin) เมื่อเดือน มี.ค. ได้เดินทางไปเยี่ยม บ. Risun (ผลิตโซล่าร์เซล)  เพราะเห็นว่า ตลาดโซล่าร์เซลว่ามีโอกาสเติบโตในไทย โดยที่ก้านโจวเป็นแหล่งผลิตแบตเตอรรี่ลิเธียมและโซล่าร์เซล จึงขอให้ภาครัฐก้านโจวช่วยแนะนำ ผปก. สาขาดังกล่าวให้รู้จักด้วย ซึ่งภาครัฐก้านโจวได้แนะนำให้รู้จักกับ บ. Akcome Group ซึ่งเป็น บ. ผลิตโซล่าร์เซลรายใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองก้านโจวด้วย

 

2. การเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา เขตหนานคัง

เป็นศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากไม้ยางพารา มี 4 ชั้น โดยชั้น 1 จำหน่ายงานศิลปะที่ผลิตจากไม้ชนิดต่างๆ ชั้น 2 และ 3 จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา ชั้น 4 จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

มีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้นำเข้าจากทวีปแอฟริกา ซึ่งมีราคาแพง แต่ ผปก. เผยตลาดจีนนิยมเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารามากกว่า เพราะราคาไม่แพง ทนทาน และไม้แผ่นที่นำเข้ามาสามารถนำไปใช้ได้เกือบ 100% ต่างจากไม้นำเข้าจากแอฟริกา ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้แค่ 30%-40% เท่านั้น

3. การเยือนนครหนานชาง

                        คณะได้พบกับภาคเอกชนที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาสวนซินหลง พื้นที่ 3 ล้าน ตร.ม. ซึ่งเป็นพื้นที่สระน้ำ เนื้อที่ 1.3 ล้าน ตร.ม.  รบ. หนานชางได้ลงทุนพัฒนาด้านภูมทัศน์ไปแล้ว ตั้งใจจะใช้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง หลังสร้างเสร็จ อาคารต่างๆ ถูกทิ้งร้างไป 11 ปี รบ.หนานชางจึงมอบสัมปทานให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้าไปพัฒนาส่วนที่สร้างไว้แล้วให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นศูนย์รวมด้านท่องเที่ยว สันทนาการ และวัฒนธรรม

                        เกร็ดเกี่ยวกับนครหนานชาง  เป็นแหล่งท่องเที่ยวระบบนิเวศน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ได้รับขนานนามว่าเป็น “นครแห่งสายชล” โดยเฉพาะในสวนสาธารณะที่เรียกว่า “ทะเลสาบช้าง” (象湖)มีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับนาย Wang Dayuan ชาวหนานชาง ผู้บุกเบิกเส้นทางสายไหมทางทะเล สมัยราชวงศ์หยวน ก่อนการเดินเรือสู่ทะเลตอนใต้ของแม่ทัพเรือเจิ้งเหอ สมัยราชวงศ์หมิง ภายในสวนมีศาสนสถานลัทธิเต๋า 3 แห่ง ได้แก่ วังหมื่นปี สะพานหมื่นปี เจดีย์หมื่นปี นอกจากนี้ บ.ท่องเที่ยวเซินเจิ้นได้รับสัมปทานพัฒนาพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสวนสนุกด้วย

                   4. การหารือกับภาคเอกชน  ซึ่งได้รับสัมปทานในการพัฒนาสวนสาธารณะซินหลง (พื้นที่ 3 ล้าน ตร.ม.) ประกอบด้วยพื้นที่สระน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ (เนื้อที่ 1.3 ล้าน ตร.ม.) โดยจะพัฒนาพื้นที่เกาะกลางทะเลสาบ   (湖心岛) ในส่วนที่เหลือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

                        ฝ่ายจีน เนื่องด้วย บ. ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ในส่วนดังกล่าวให้เป็นศูนย์รวมด้านท่องเที่ยว สันทนาการ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะสวนดังกล่าว ชื่อ “ทะเลสาบช้าง” เกี่ยวข้องกับไทย ที่ถือช้างเป็นสัตว์มงคล รวมทั้งบุคคลที่บุกเบิกเส้นทางสายไหมทางทะเลก็เคยไปประเทศสยาม นอกจากนี้ ชาวเจียงซีนิยมไปเที่ยวไทย ปัจจุบันมีบินตรงหนานชาง-กทม. จึงเชื่อว่าหากร่วมมือกับภาคเอกชนไทยพัฒนาสถานที่เกี่ยวกับไทย อาทิ ร้านจำหน่ายสินค้านำเข้าจากไทย อาทิ หมอนยางพารา ข้าวหอมมะลิ ศูนย์อาหารไทย นวดแผนโบราณ ศูนย์วัฒนธรรมไทย (มวยไทย นาฎศิลป์ไทย) ก็จะเป็นแหล่งเผยแพร่วัฒนธรรมไทยใจกลางนครหนานชางได้

                        ฝ่ายไทย  ยินดีที่ทราบว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทย จึงยินดีที่จะเชิญชวนให้ภาคเอกชนไทยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดศูนย์วัฒนธรรมไทยที่มีทั้งศูนย์อาหารไทย สินค้าไทย มวยไทย และเสนอให้มีการจัดเทศกาลไทยตามปฎิทินไทย อาทิ สงกรานต์ ลอยกระทง รวมทั้งเสนอให้พัฒนาเป็นตลาดน้ำได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวไทย

                        รษก. กสญ.  ศูนย์วัฒนธรรมไทยดังกล่าวจะช่วยให้ชาวจีนเข้าใจวัฒนธรรมไทยได้ดียิ่งขึ้น จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวจากเจียงซีไปไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้ยกประเด็นปัญหาของการขออนุญาตตรวจลงตราแก่ผู้มีอาชีพต่างๆ ที่จะมาทำงานในศูนย์ฯ ได้แก่ พ่อครัวแม่ครัว นาฎศิลป์ นวดแผนไทย รวมทั้งการนำเข้าสินค้าไทย สินค้าเกษตร ผลไม้ ฯ มาจำหน่าย ฝ่ายจีนขอให้ภาคเอกชนไทยที่สนใจจะร่วมโครงการจัดทำแผนความร่วมมือ ระบุปัญหาที่ต้องการขอรับการสนับสนุนจาก รบ. จีน หากโครงการได้รับความเห็นชอบ ก็จะสามารถแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ ได้

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ