กสญ. ร่วมประชุมการค้าไม้ยางที่เมืองก้านโจว มณฑลเจียงซี

กสญ. ร่วมประชุมการค้าไม้ยางที่เมืองก้านโจว มณฑลเจียงซี

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ส.ค. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ย. 2563

| 1,089 view

ด้วยเมื่อวันที่ 22-24 ส.ค. 60 กสญ. ได้นำทีมประเทศไทยประกอบด้วย ผอ.สคต. ผู้แทน ททท. ประจำมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซี ผู้แทน ธ.กสิกรไทยสาขาเซินเจิ้น โดยมี รองกสญ. ได้เป็นผู้ให้การต้อนรับและนำคณะผู้แทนสมาคมไม้ยางพาราจากประเทศไทย 20 คน โดยมีนายนิกร ลิขิตหวังพาณิชย์ นายกสมาคมไม้ยางฯ เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมการประชุม  ฝ่ายจีนมีนักธุรกิจเข้าร่วมประชุม 30 คน โดยได้พบปะผู้บริหารเมืองก้านโจวและการประชุมธุรกิจไม้ยาง ดังนี้                                                                         

                       1. พบปะผู้บริหาร  ต้อนรับโดยเลขาธิการ สนง. รัฐบาลเมืองก้านโจว (นายYang YongJin)

              ฝ่ายจีน ยินดีต้อนรับ กสญ. และทีม ปทท. เมืองก้านโจวได้เสนอที่จะมีความตกลงบ้านพี่เมืองน้องกับ จ. ของไทย พร้อมจะดำเนินโครงการความร่วมมือในหลายๆ ด้าน อาทิ การส่งเสริมการค้า การแลก เปลี่ยนการศึกษา การส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการจัดตั้ง Thai Village มีความตกลงบ้านพี่เมืองน้องกับไทย                        

                        กสญ. ยินดีจะผลักดันให้เกิดต่อไป โดย สกญ. ได้มีหนังสือถึง ผวจ. สงขลาให้พิจารณาการมีความตกลงบ้านพี่เมืองน้อง โดยในครั้งนี้ ได้นำผู้แทนจากสมาคมไม้ยางพารา 20 ราย นักธุรกิจจีน ทั้งจากเซินเจิ้น  เซี่ยเหมินและฮ่องกง ผู้แทนธนาคารมาร่วมการประชุม รวม 32 ราย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการกระชับ คสพ.ไทย-ก้านโจว การประชุมธุรกิจในวันนี้จะเป็นโครงการ ”นำร่อง” ในการกระชับความร่วมมือการค้า 2 ฝ่าย

           การประชุมธุรกิจวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันและส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงทางการค้า (market connectivity) สอดคล้องกับนโยบาย One Belt One Road ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง                 

                     2. การประชุมธุรกิจการค้าไม้ยาง ต้อนรับโดยนาย Chai Junjie รอง ผอ. เขตหนานคัง 

           2.1 พิธีเปิด

กสญ.  ยินดีที่ได้กล่าวเปิดงานประชุมโอกาสธุรกิจไม้ยางร่วมมือกับเขตหนานคัง เมืองก้านโจว ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ที่ได้นำเข้าไม้ยางพาราจากไทยมาเป็นเวลานาน การพบปะระหว่างนักธุรกิจจีนกับนักธุรกิจไทยจากสมาคมไม้ยางจากไทยในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับเมืองก้านโจวได้อีกมาก 

ฝ่ายจีน  กล่าวต้อนรับนักธุรกิจของไทยที่มาร่วมประชุม พร้อมแนะนำว่าเกี่ยวกับ อก. เฟอร์นิเจอร์ของก้านโจวว่า ผปก. เฟอร์นิเจอร์ 7,000 ราย (ขนาดใหญ่ 900 ราย มีคนงาน 5 แสนคน  ซึ่งนำเข้าไม้จากกว่า 40 ปท. เช่น ไม้สนจากรัสเซีย ฟินแลนด์ สวีเดน และไม้ยางจากไทย และส่งออกไปกว่า 50 ปท. โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ยางได้รับความนิยมมากขึ้น มีความต้องการใช้ไม้สูงถึง 4 ล้าน ลบ.ม./ปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น 1 ล้าน ลบ.ม. โดยนำเข้าไม้ยางจากหลายประเทศ เช่น ไทย มซ. อซ. บราซิล เป็นต้น แต่นำเข้าจากไทยมากที่สุด โดยร้อยละ 50 ของไม้ยางที่ส่งทางเรือมาขึ้นที่กว่างโจว จะลากต่อทางระบบรางไปที่ก้านโจว ปัจจุบันมีการพัฒนาก้านโจวให้เป็นชุมทางการขนส่งระบบรางที่สามารถเชื่อมต่อไปถึงยุโรปตามแนวคิดริเริ่ม Belt & Road Initiative ของจีน                 

นายกสมาคมฯ  ไทยสามารถส่งออกยางพาราได้มากที่สุดในโลก มีเนื้อที่ปลูกประมาณ 22 ล้านไร่ ธุรกิจส่งออกยางพารา ประกอบด้วยไม้ยางมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และผลิตภัณฑ์ยาง (น้ำยาง ยางแผ่น ยางแท่ง) มูลค่า 3-4 แสนล้านบาท รวมเป็นมูลค่าส่งออก 5 แสนล้านบาท/ปี  และเชื่อว่าสามารถป้อนไม้ยางให้กับ อก. เฟอร์นิเจอร์เมืองก้านโจว ด้วย รบ. ไทยมีนโยบายให้มีการตัดไม้ยางพาราเพื่อปลูกทดแทน ปีละ 400,000  ไร่ ไทยจะผลิตไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้งได้ประมาณ 3.5 ล้าน ลบ.ม./ปี

              1.2 การแลกเปลี่ยนความเห็น                                                                           

                    ผอ.สคต. สอบถามเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของการลงทุนใน อก. เฟอร์นิเจอร์ที่ รบ.จีนให้แก่ ผปก.จีน  ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า รบ.จีนให้การสนับสนุนในหลายเรื่อง ได้แก่ การจัดสรรที่ดิน และสร้างนิคม อก.รวมทั้ง สนับสนุนเรื่องการลงทุนเครื่องจักรที่ทันสมัย ที่สำคัญคือ การสร้างระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ การจัดตั้งสถานีรถไฟชุมทางระบบรางที่สะดวกในการขนส่งวัตถุดิบมาป้อนโรงงานผลิตและส่งออกไปต่างประเทศ                       ฝ่ายจีน    ได้ยกประเด็นเรื่องปัญหาความชื้นของไม้ที่กำหนดให้ไม่เกิน 10-12% ซึ่งสมาคมแจ้งว่า ไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้งที่ส่งออกของสมาชิกสมาคมฯ ได้มีการกำหนดเรื่องมาตรฐานความชื้นอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่นในคุณภาพของไม้ยางจากบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ซึ่งได้ส่งออกไม้ยางไปทั่วโลก                            สมาชิกสมาคมฯ  จากการที่ ปท. ยุโรปได้พยายามกีดกันการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ โดยให้เหตุผลว่า นำไปสู่การทำลายป่าและทำให้เกิด ”ภาวะโลกร้อน” โดยจะต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดของไม้ยางนำเข้าที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นไม้ยางจากการปลูกที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน ถูก กม. สมาคมฯ ได้ออกหนังสือรับรองให้สมาชิกแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้จากการปลูกทดแทน ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นสิ่งท้าทายของ อก. เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งฝ่ายจีนชี้แจงว่า รบ.จีนได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว

              2. การเยี่ยมชมท่ารถไฟขนส่งสินค้า (Ganzhou Port)                                    เป็นศูนย์การการขนส่งสินค้าระบบราง (รถไฟ) ที่เป็นชุมทางการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่  พื้นที่2,500 ไร่ ประกอบด้วยระบบราง 16 ราง (เข้า 8 ราง ออก 8 ราง) มีระบบการให้บริการ แบบ one stop service  ผ่านระบบ online   ทั้งพิธีการศุลกากร และ Quarantine  24 ชม. ช้าสุดไม่เกิน 3 วัน ทั้งด้าน import และ export สินค้า มีการจัดสรรพื้นที่คลังสินค้า แยกแต่ละประเภทสินค้า อยู่โดยรอบ ได้แก่ ไม้ยาง ผลไม้ อาหารแปรรูป เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของการขนส่งสินค้าระบบราง โดยเชื่อมนครหนางชาง มณฑลเจียงซีกับเมืองใหญ่อื่นๆ อีก 28 เมืองของจีน และเชื่อมต่อไปยังยุโรป (รอตเตอร์ดัม  เนเธอร์แลนด์) จึงถือเป็นจุดได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ เช่น การนำเข้าไม้สนจากยุโรปมาแปรรูปและส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไปยังต่างประเทศ 

           3. เยี่ยมชมโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ และศูนย์จำหน่ายไม้                                       เป็นโรงงานที่นำเข้าไม้แปรรูปอบแห้งจากไทยเข้ามาผลิตชิ้นส่วนเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย โดยเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางได้รับความนิยมถึงร้อยละ 80 ผู้ผลิตสามารถผลิตและดีไซน์รูป แบบให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน  

              4. ชมศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์

            เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าไม้จากทั่วโลก  รวมเฟอร์นิเจอร์ไม้ยาง  เป็นแหล่งรวมของร้านค้าไม้รวม 513 แห่ง  มีการให้บริการข้อมูลราคาซื้อ-ขายแต่ละประเภทรายวัน ผ่านจอมอนิเตอร์ โดยร้อยละ 90 เป็นการจำหน่ายแก่ตลาดในจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์และความต้องการเฟอร์นิเจอร์อย่างต่อเนื่อง

           5. เยี่ยมชม Jiangxi University of Science & Technology ต้อนรับโดยรองอธิการบดี            ก่อตั้งปี ค.ศ. 1958 และมีโครงการแลกเปลี่ยน นศ. มอ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ติดต่อกันมา 24 ปี มีความชำนาญด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ได้แก่ แร่เหล็ก แร่ลิเธียม วุลเฟรม (แร่หายากที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาด) รวมทั้งวิศวกรรมเครื่องกล หุ่นยนต์สมองกล (เคยชนะการประกวดแข่งขันหุ่นยนต์)  ซึ่ง กสญ. ได้แจ้งว่า มอ. มีความถนัดด้านเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา และได้เสนอให้ผู้บริหาร ม.พิจารณาขยายความร่วมมือในหลักสูตรแลกเปลี่ยนให้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม ต่างๆ ที่ รบ.ไทยให้การส่งเสริม อาทิ วิศวกรรม เครื่องกล ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา อก. ด้านต่างๆ ได้

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ