วันที่นำเข้าข้อมูล 6 ส.ค. 2561
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ค. 2565
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำสื่อมวลชนจีน จำนวน 12 สำนัก 24 คน ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการจัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยการท่องเที่ยวทางทะเลในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในระยะยาว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมนำชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในแต่ละจุด โดยได้นำคณะสื่อมวลชนจีนเยี่ยมชมที่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเจ้าหน้าปฏิบัติงานร่วมกัน ในการตรวจสอบความพร้อมของเรือก่อนที่จะนำเรือออกจากท่า รวมทั้งได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตรวจเรือที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ซึ่งได้มีการเน้นย้ำการตรวจสอบเรือต้องให้เจ้าหน้าที่ลงลายเซ็นต์รับรองมาตรฐานทุกลำ และหากเกิดปัญหากับเรือลำใดผู้ตรวจสอบเรือต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า การนำนักท่องเที่ยวและสื่อจีนลงพื้นที่นั้น เพื่อให้เห็นรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุเรือล่มซึ่งจะต้องดีกว่าที่ผ่านมา ส่วนของการดำเนินคดีก็ว่าไปส่วนหนึ่ง แต่มาตรการความปลอดภัยก็ต้องมีความชัดเจน เช่น จะต้องไม่ปล่อยเรือโดยใช้เอกสารอย่างเดียวแต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องลงตรวจที่เรือด้วย โดยหน่วยงานหลักต้องอยู่ชายฝั่ง ได้แก่ เจ้าท่า ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ไลฟ์การ์ด ทหารเรือ รวมถึงป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดไป โดยการตรวจมาตรฐานตัวเรือซึ่งมีอยู่กว่า400 ลำ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 200 ลำ พบมีปัญหา 10 ลำ ซึ่งได้สั่งให้หยุดกิจการไปแล้ว ส่วนการดำเนินการตรวจสอบท่าเรือซึ่งมีอยู่กว่า 24 แห่งนั้น หากไม่ได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือก็จะไม่มีสิทธิ์นำเรือออกจากท่า เช่นเดียวกับอู่ต่อเรือซึ่งมีอยู่ 13 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยร่วมกับทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวคงไม่ต้องพูดถึงแต่เราต้องจัดระเบียบภายในบ้านของเราให้ดีเสียก่อน โดยการจัดระเบียบมาตรฐานทางเรือ คือ การตรวจเรือทุกลำและตรวจอู่ต่อเรือ โดยการเซ็ตซีโร่ หากพบไม่ถูกต้องก็ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น อู่ต่อเรือฟินิกส์ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งปิดทำการไปแล้ว ซึ่งต้องทำให้เห็นว่าหากฉ้อฉลต้องประกอบกิจการไม่ได้ นอกจากนี้ การจัดระเบียบมาตรฐานทางน้ำ ทางเรือ และทางบก ไม่ได้ทำเฉพาะภูเก็ตเท่านั้น แต่ทำทุกพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา เป็นต้น ซึ่งมาตรการแก้ปัญหาความเชื่อมั่นทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่เห็นอยู่นี้ก็เพื่อต้องการให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนประเทศไทยเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากเป็นอันดับ 1 ปีละประมาณ 10 ล้านคน ต้องทำให้เห็นชัดเจนในด้านความปลอดภัยทางทะเล
旅游警察署副署长携手中国媒体跟进海上安全保护措施的制定,塑造中国游客信心
2018年8月3日,旅游警察署副署长素拉切警察少将带领12家中国媒体24人到普吉府实地考察,以了解普吉府海上旅游安全保护长期措施的制定和实施,相关单位也一同带领大家视察了各地点工作人员的工作情况。中国媒体随行视察了普吉查龙海湾港口周边,工作人员共同配合,对即将离港的船只进行准备工作的检查,还视察了修理中的船只检查工作,强调每艘船只的检查必须让工作人员进行标准认可签字,如果某艘船只出现问题,检查人员要负相关责任。
素拉切警察少将表示,带领游客和中国媒体实地视察是为了让大家看到在沉船事故发生之后,工作人员的工作形式比起过去来说有了改善,案件的处理则是另一部分。至于安全措施需要更加明确,如:不能仅凭文件资料放行出海。工作人员要到船只上进行检查,主要单位必须在岸,如港务长、旅游警察、水警、救生员、海军,以及公共灾害预防及减灾单位,必须确保该措施的实施持续进行下去。对已有的400多艘船只的标准检查现已完成检查200艘,发现问题船只10艘,已下令停止运营。至于对24余处港口的检查,若是未取得港口工作人员的批准也无权驾驶船只离港,同全普吉的13处船坞一样,目前也联合普吉府工业办公室在检查过程中。
素拉切警察少将还表示,目前游客数量一事暂不用提及,我们要先对我们内部进行规范,而船只的标准规范即:通过全部重新检查的方式对每艘船只和船坞进行检查,若发现不合标准规范则依法进行处理,如凤凰号船坞,现已下令停止运营,必须让大家知道,如果偷工减料必然无法营业。此外,水、陆及船只标准的规范不仅局限于普吉,每一处旅游地如芭提雅等地都会实施,这里短期和长期的信心问题解决措施也是为了让到泰国旅游的游客产生信心,尤其是排名第一每年人数高达千万的旅泰中国游客,一定要让他们对海上安全这方面清晰可见,一目了然。
รูปภาพประกอบ